Laser Precision with MS Wireless Notebook Laser Mouse 6000 (Review)
posted on 18 May 2008 01:18 by johnny
เมื่อสองวันก่อน (16 พฤษภาคม) Google ได้เปลี่ยนโลโก้ของ Google ปกติเป็นโลโก้ของเลเซอร์ซึ่งสื่อถึง "First Laser" ซึ่งในวันนั้น เป็นวันที่มีการคิดค้นเลเซอร์ขึ้นมาเป็นครั้งแรกซึ่งก็คือวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) ซึ่งเลเซอร์นี้ปัจจุบันก็มีบทบาทในวงการคอมพิวเตอร์มากครับ ซึ่งเราจะพบเห็นมากในอุปกรณ์ที่ใช้แสงต่างๆเช่น เครื่องอ่าน/เขียน แผ่น CD และ DVD เครื่องอ่านบาร์โค้ด และเลเซอร์ Printer ต่างๆนั่นเอง แต่วันนี้จะมาแนะนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ Laser อีกชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันนี้ใช้กันมากครับ ซึ่งก็คือ Laser Mouse นั่นเองครับ *-*
เมื่อวานนี้ (17 พฤษภาคม) ผมได้ไปซื้อเมาส์ใหม่ที่พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า มาครับ โดยมีจุดมุ่งหมายเอามาใช้แทน เมาส์อันเก่าที่เริ่มก๊องแก๊งแล้ว เคอร์เซอร์กระโดดค่อนข้างบ่อยจนน่ารำคาญ ประกัน 2 ปี แต่เริ่มจะมางอแงตอน 2 ปีนิดๆ... อืม หมดประกันเคลมไม่ได้ ... ก็เลยตัดสินใจซื้อใหม่ครับ
ก่อนไปซื้อก็หา Review อ่านพอสมควร สรุปก็ลงเอยกับรุ่นนี้ครับ "Microsoft Wireless Notebook Laser Mouse 6000" (ยิ่งเลขเยอะยิ่งแพงแฮะ -_-) สนนราคาเปิด 1,650 บาทครับ (ซึ่งสามารถลดได้ ขึ้นอยู่กับฝีไม้ลายมือการต่อรองของท่าน..) ซึ่งก็นับว่าถูกกว่าแต่ก่อนพอสมควรครับ ราคาป้ายก็ 39.95 US$ ครับรวมค่านำเข้าต่างๆนานา ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้ออยู่ ไม่แพงกว่าต่างประเทศเกินไปจนเวอร์นัก สาเหตุคงเพราะรุ่น 7000 ได้ออกจำหน่ายแล้ว (แต่ยังไม่มีขายในไทย) รายละเอียดของผลิตภัณฑ์สามารถหาอ่านได้จากเว็บของไมโครซอฟต์ --> ที่นี่ <-- ครับ
พล่ามมานานแล้ว ... เข้าเรื่องดีกว่า มาดูที่ Package กันก่อนครับ สีสะท้อนแสงสะใจมากครับ ใน Package จะมี แผ่นไดรเวอร์ ถ่านไฟฉาย (ยี่ห้อ Energizer) และคู่มือการใช้งานมาให้ด้วยครับ (บอกตรงๆไม่ชอบ Package แบบนี้เลย แกะยากมากๆ เกือบบาดนิ้วตอนแกะด้วย T_T) มีป้ายรับประกัน 3 ปีโดย SIS ครับ
อันนี้เป็นมุมมองด้านต่างๆของเมาส์ตัวนี้ครับ
ขนาดเทียบกับฝ่ามือเจ้าของบล็อกครับ (เมาส์ Notebook จะเล็กกว่าเมาส์ Desktop เป็นปกติอยู่แล้วครับ)
เมาส์ตัวนี้ใช้ถ่าน AA 1 ก้อนในการทำงานครับซึ่งค่อนข้างสะดวกครับ เทียบกับบางรุ่นที่ต้องใช้ถ่านถึง 2 ก้อน โดยที่ใส่ถ่านจะอยู่ด้านล่างของเมาส์ครับ
อันนี้รูปตอนใช้งานจริงกับ Notebook ครับ
ส่วนขนาดของเมาส์จะอยู่ที่ 4 นิ้วนิดๆครับ ใหญ่กว่าเมาส์โน้ตบุคทั่วไป แต่ก็เล็กกว่าเมาส์ Desktop นิดหน่อย
เมาส์ตัวนี้จะมีโปรแกรม Microsoft Intellipoint 6.2 แถมมาให้ด้วยครับ ซึ่งสามารถปรับแต่งการทำงานของเมาส์ได้ โดยเมาส์ตัวนี้จะสามารถปรับแต่งได้ 4 ปุ่มครับโดยมี คอมมานด์ให้เลือกมากมาย...
แล้วเมาส์เลเซอร์ดีกว่าเมาส์ธรรมดาอย่างไร ??
คำตอบก็คือค่า dpi (dot per inch) ครับเมาส์ Optical ปกติจะมีความละเอียดอยู่ที่ราวๆ 400-600 dpi แต่เมาส์ Laser จะมีค่า dpi อยู่ที่ 1000 dpi ครับถ้าให้เปรียบง่ายๆก็ ลากเมาส์ระยะเท่าเดิม แต่ได้ระยะ 2-2.5 เท่าครับโดยเนื่องจากเมาส์มีความไวมาก เจ้าของบล็อกเลยต้องไปปรับความเร็วของเมาส์ จากปกติชอบเร็วๆ เลยต้องมาแก้ให้ช้าลง
สำหรับผู้ใช้จอขนาดใหญ่ๆ เช่น 24 นิ้วขึ้นไป จะเริ่มเห็นผลครับว่ามีประโยชน์มาก เพราะเราสามารถลากเมาส์ครั้งเดียวให้เคอร์เซอร์เลื่อนจากขอบจอข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้ (คิดเป็นระยะ 1920 Pixel ขึ้นไป) โดยหากใช้เมาส์ออปติคธรรมดา อาจจะมีระยะไม่พอ โดยจะเห็นประโยชน์มากสำหรับผู้ทำงานกราฟิค หรือ เล่นเกมส์ครับ แต่ในการเล่นเกมส์ การเลือกใช้ Gaming Mouse 2000 dpi อาจจะเหมาะสมกว่าครับ
เลเซอร์ที่เมาส์ตัวนี้ใช้ เป็นเลเซอร์ที่ตามองไม่เห็นครับ (ยายก็มองไม่เห็นครับ
) ลองพยายามยกขึ้นดูหรือมองจากข้างใต้ ก็ไม่เห็นว่ามีแสงเลเซอร์ลอดออกมา และไม่มีแสงสีแดงส่องออกมาเหมือเมาส์ออปติคครับ
ข้อดีอีกข้อหนึ่งก็คือการใช้งานบนพื้นผิวที่มีความมัน หรือไม่เรียบได้ค่อนข้างดีครับโดยเจ้าของบล็อก ได้ลองบนผ้าไมโครไฟเบอร์ ซึ่งเมาส์ออปติคใช้งานได้ค่อนข้างลำบาก แต่ว่าเมาส์เลเซอร์ใช้งานได้สบายๆครับ
นอกจากนี้ผมได้ลองบน พื้นไม้ ปกหนังสือ หน้าปกนิตยสาร ด้วยครับ ผลการทดสอบออกมาเป็นที่น่าพอใจครับ สามารถขยับเมาส์ได้สะดวกกว่าเมาส์ออปติคพอสมควร
แต่ข้อเสียของเมาส์ตระกูลที่ใช้แสงไม่ว่าจะเป็นเมาส์เลเซอร์ หรือ เมาส์ออปติคก็คือ ไม่สามารถใช้งานบนพื้นผิวที่สามารถสะท้อนแสงได้ครับเช่น กระจกเงา กระดาษฟอยล์ แผ่นอลูมิเนียม โลหะ (จริงๆมันก็ไม่ค่อยมีคนเอาของพวกนี้มาวางเมาส์นะ) รวมทั้งโต๊ะทำงานที่มีพื้นเป็นกระจกครับ
สรุป
เมาส์เลเซอร์ตัวนี้เหมาะกับ ผู้ใช้ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ (WSXGA+ ขึ้นไป) และต้องการความรวดเร็วในการเลื่อนเคอร์เซอร์ รวมทั้งผู้ที่ทำงานด้านกราฟิก (ที่ไม่ใช้ Tablet) หรือนักเล่นเกมส์ที่ต้องการความแม่นยำของเมาส์สูงพอประมาณ และต้องการใช้งานกับสภาพผิวที่ไม่ค่อยอำนวยให้ใช้เมาส์ออปติคได้เท่าไหร่นัก และต้องการความสะดวกในการพกพา
จุดเด่น
- ขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาง่าย
- ความแม่นยำสูง ใช้งานได้หลายพื้นผิวกว่าเมาส์ออปติกทั่วไป
- ดีไซน์ได้ค่อนข้างสวยงาม
- Receiver ทำงานได้ดีมาก หลังจาก Hibernate เครื่องแล้วเปิดขึ้นมาใหม่ สามารถใช้งานเมาส์ได้เกือบทันที Detect ได้รวดเร็ว (ไม่ถึง 1 วินาที)
- เมาส์ปุ่มกลางกดแล้วไม่ค่อยเฟิร์ม ซึ่งเมาส์รุ่นเล็กๆของไมโครซอฟท์จะเป็นอย่างนี้เกือบหมด เพราะมีฟังก์ชั่นการเลื่อนเมาส์ซ้าย-ขวา (Tilt 4-Way Scroll) นอกจากการ Scroll บน-ล่างด้วย
- ขนาดเล็ก หากต้องใช้กับ Desktop เป็นประจำอาจจะจับไม่ถนัดมือ (เมาส์ตัวนี้เหมาะสำหรับการพกพาครับ)
- ตรงปุ่มคลิกซ้าย-ขวา เป็นผิวมัน (ไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานอาหารหรือขนมไปขณะเล่นคอมพิวเตอร์เพราะจะทำให้ลื่นได้ง่าย)
- แพง (สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความครับ)
(ลุ้นแทบแย่)
)